Page Header

รูปแบบการพัฒนาผู้สอนงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์(The Model for developing Trainers in the Auto Part Manufacturing Factories)

วีระกาจ ดอกจันทร์, ทวีศักดิ์ รูปสิงห์, สักรินทร์ อยู่ผ่อง

Abstract


การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการพัฒนาผู้สอนงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานจำนวน 311คน และผู้สอนงานจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ คือแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้คือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์แบบถดถอยเชิงพหุคูณ

ผลการวิจัย พบว่ารูปแบบการพัฒนาผู้สอนงานที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก และ 11 ปัจจัยย่อย ดังนี้ 1) ปัจจัยหลักด้านความรู้ ประกอบด้วย 6 ปัจจัยย่อยคือ ความรู้จิตวิทยาการศึกษา ความรู้การสร้างความผูกพันและรักองค์กร ความรู้ด้านการจัดระบบความคิดเป็นขั้นตอน ความรู้ด้านการวิเคราะห์งาน ความรู้ด้านการสอนงานและการให้คำปรึกษาและความรู้ด้านการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2) ด้านทักษะประกอบด้วย 6 ปัจจัยย่อยคือ ทักษะการวิเคราะห์งาน ทักษะการสอนให้ผูกพันและรักองค์กร ทักษะการจัดระบบความคิดเป็นขั้นตอน ทักษะการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ทักษะการฟังและการถามและ ทักษะในการใช้กระบวนการกระตุ้นและ 3) ด้านเจตคติประกอบด้วย 7 ปัจจัยย่อยคือเจตคติที่ดีด้านจัดระบบความคิด การสร้างและพัฒนาเจตคติที่ดีต่อการฝึกอบรม เจตคติที่ดีด้านความฉลาดทางอารมณ์ เจตคติที่ดีด้านการฟังและการถาม เจตคติที่ดีด้านการวิเคราะห์งาน เจตคติที่ดีด้านความรักและผูกพันต่อองค์กรและแนวคิดการจัดสถานที่ฝึกอบรมที่เหมาะสม

ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาผู้สอนงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ พบว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมคิดเป็นร้อยละ 94.38 และมีความเป็นไปได้ในการนำไปปรับใช้คิดเป็นร้อยละ 95.83 จากการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 20 คน

The purposes of this research are to develop and to evaluate the model for developing trainers in the auto part manufacturing factories. Sample groups are 311 operators and 30 trainers to complete the questionnaires and the interview. The research statistics consisted of percentage, mean ( ), standard deviation (SD.) and multiple linier regression analysis. 

The analysis of the training model revealed that consisted of 3 core factors and 11 sub-factors. There are as follows: 1) knowledge competency consisted of 6 knowledge sub-factors, i.e. educational psychology, organizational loyalty, critical thinking, task analysis, job training and counseling, and behavioral objective setting 2) skill competency consisted of 6 sub-factors, i.e. job analysis skill, organizational loyalty, critical thinking, listening and querying skill, emotional quotient skill, and learning motivation, and 3) attitude competency consisted of 7 sub-factors, i.e. good attitude, critical thinking, development of good attitude on training, good attitude towards emotional quotient skill, good attitude towards listening and querying skill, good attitude towards organizational loyalty, and concept on appropriate training location.

Moreover, the results from 20 specialists on the model evaluation showed that the developed training model was suitable at 94.38% and applicable in the real situation at 95.83%.



Keywords



Full Text: PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


--------------------------------------------------------------------------------------------------
© Copyright -สำนักพัฒนาเทคนิคศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ10800
โทรศัพท์ : 0-2586-9017, 0-2585-2655, 0-2585-7590
โทรสาร : 0-2585-7590
www.ited.kmutnb.ac.th/ejournal
e-Mail : jtna@kmutnb.ac.th