Page Header

การพัฒนาโปรแกรมการลดรูปสมการพีชคณิตบูลีนด้วยแผนผังคาร์นอจห์สำหรับการประยุกต์ใช้ในการศึกษาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์
Development of Boolean Algebra Equations Program using Karnaugh Map for Applying in Electronic Engineering Education

Pawana Choosiri

Abstract


การวิจัยครั้งนี้มีนำเสนอการพัฒนาโปรแกรมการลดรูปสมการพีชคณิตบูลีนด้วยแผนผังคาร์นอจห์สำหรับการประยุกต์ใช้ในการศึกษาทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของโปรแกรมการวิเคราะห์สมการพีชคณิตบูลีน ซึ่งโปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นภายใต้โปรแกรมวิชวลสตูดิโอ 2018 สามารถเลือกวิธีการลดรูปสมการได้ 2 แบบ คือ Sum of Product (SOP) และ Product of Sum (POS) มีการใส่ค่าตัวแปรได้ 6 ตัวแปร และผลลัพธ์ที่แสดงออกมาในรูปแบบแผนผังคาร์นอจห์ จากผลการทดสอบโปรแกรมพบว่า โปรแกรมสามารถทำการลดรูปสมการพีชคณิตบูลีนที่ความสอดคล้องกับหลักทฤษฎีการลดรูปสมการพีชคณิตบูลีนด้วยวิธีปกติ และจากการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานโปรแกรม พบว่า ผู้ใช้งานโปรแกรมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.44) แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการลดรูปสมการพีชคณิตบูลีนด้วยแผนผังคาร์นอจห์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบวงจรดิจิทัลมากยิ่งขึ้น และเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

This research presents the development of Boonlean algebra equations program using Karnaugh map for applying in electronic engineering education. The karnaugh algebra equations program using Karnaugh map was performed by visual studio 2018 program. It can choose two equation types: Sum of Product (SOP) and Product of Sum (POS). There are 6 variable values and the results are displayed in Karnaugh map format. The results showed that the Boolean algebra equations program using Karnaugh map can deform the Boolean equations that are correspond with the theory and the normal method. On the evaluation of user satisfaction, it was found that the users were highly satisfied with the program ( = 4.44). In conclusion, The Boolean algebra equations program using Karnaugh map can be used as a tool to help build a better understanding of digital circuit design. It can be used as an effective instructional tool of teaching and learning.


Keywords



Full Text: PDF

DOI: 10.14416/j.kmutnb.2019.03.001

ISSN: 2465-4698