Page Header

แอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนที่ใช้งานร่วมกับเซนเซอร์อัลตราโซนิกเพื่อวัดระยะและบันทึกข้อมูลในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
Smartphone Application with an Ultrasonic Sensor for Measuring and Recording Distance in Crime Scene Investigation

Thosaporn Sungkangwan, Pairoa Praihirunkit

Abstract


การวัดระยะและจดบันทึกเพื่อทำแผนที่สถานที่เกิดเหตุเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ผู้วิจัยจึงพัฒนาแอปพลิเคชัน (Application) บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่ทำงานร่วมกับเซนเซอร์อัลตราโซนิก (Ultrasonic sensor) เรียกว่า “แอปพลิเคชันวัดระยะและบันทึกข้อมูลไครม์ซีน (Crime scene distance measure and record application)” แอปพลิเคชันควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ช่วยวัดระยะเซนเซอร์อัลตราโซนิก บันทึกข้อมูลการวัด และสร้างไฟล์เอกสารตามแบบฟอร์มมาตรฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การทดสอบวัดระยะทางในสถานที่เกิดเหตุจำลองพบว่าแอปพลิเคชันวัดระยะและบันทึกข้อมูลไครม์ซีนมีความถูกต้องและความแม่นยำใกล้เคียงกับเครื่องเลเซอร์วัดระยะ คือ มีความคลาดเคลื่อน ±7 เซนติเมตร และค่าสัมประสิทธิ์ความแปรผันสูงสุด 13.4% สำหรับแอปพลิเคชันวัดระยะและบันทึกข้อมูลไครม์ซีน และ 13.9% สำหรับเครื่องเลเซอร์วัดระยะ การทดสอบการใช้งานแอปพลิเคชันวัดระยะและบันทึกข้อมูลไครม์ซีนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 คน ผู้ซึ่งปฏิบัติงานด้านตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบว่ากลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจภาพรวมในด้านการออกแบบติดต่อกับผู้ใช้ คุณสมบัติและฟังก์ชัน การจัดเก็บข้อมูลและการเรียกข้อมูลมาใช้ และ อุปกรณ์เครื่องมือ อยู่ในเกณฑ์ดี 56.50% และดีมาก 36.53% แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันนี้ในงานนิติวิทยาศาสตร์

During a crime scene investigation, the distance measurement along with documentation of the distance data is an important procedure that significantly affects a crime reconstruction. The researcher developed a smartphone application that works with an ultrasonic sensor, namely, Crime scene distance measure and record application, with an aim to facilitate the measurement process and data recording. The application controls the operation of the ultrasonic sensor, save measurement data and create a document file according to the standard form of the Royal Thai Police. The distance measurement was tested at a simulated scene. The result showed that the accuracy and precision of the application were comparable to a laser meter. The error of distance was ±7 centimeters with a variable coefficient up to 13.4% and 13.9% for the application and the laser meter, respectively. For satisfaction assessment towards the application, it was tested by 20 police officers who are currently on duty of crime scene investigation. The results showed that the application was gained a good (56.50%) and very good (36.53%) satisfaction in terms of the user interface design, device features and functions, data storage and data retrieval as well as the hardware. This suggests the possibility to apply the developed smartphone application combined with an ultrasonic sensor for distance measurement in forensic practice.


Keywords



Full Text: PDF

ISSN: 2465-4698