Page Header

รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก
The Development Model of Managerial Competency in the Biomass Power Plant VSPP Industry

Suttipong Kaewsen, Somnoek Wisuttipaet, Preda Attavinijtrakarn, Taweesak Roopsing

Abstract


งานวิจัยเรื่องรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 2) สร้างรูปแบบในการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 3) จัดทำคู่มือการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วยวิธีวิจัยเชิงปริมาณและวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรที่ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการและตำแหน่งที่สูงกว่าในโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารธุรกิจของผู้บริหารอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมากแบบถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก ปัจจัยหลักด้านความรู้ ประกอบด้วยปัจจัยย่อย 5 ปัจจัย ได้แก่ 1) ความรู้ในการพัฒนาธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 2) ความรู้ในด้านระบบเครือข่ายของธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 3) ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 4) ความรู้ในด้านงบประมาณของธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก และ 5) ความรู้ด้านการบริหารจัดการคลังเชื้อเพลิงชีวมวลอะไหล่และสารเคมี ปัจจัยหลักด้านทักษะ ประกอบด้วยปัจจัยย่อย 6 ปัจจัย ได้แก่ 1) ทักษะการกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 2) ทักษะการบริหารจัดการฐานข้อมูล 3) ทักษะการแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงาน 4) ทักษะการสร้างทีมงานที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก 5) ทักษะการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก และ 6) ทักษะการบริหารงบประมาณของธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก ปัจจัยหลักด้านคุณลักษณะประกอบด้วยปัจจัยย่อย 4 ปัจจัย ได้แก่ 1) การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน 2) ความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน 3) การสร้างความศรัทธา และ 4) การควบคุมอารมณ์และบุคลิกภาพในการปฏิบัติงาน ผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่ารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก มีความเหมาะสมในระดับความคิดเห็นมากที่สุดทุกข้อ และคู่มือที่จัดทำขึ้นสามารถนำไปใช้ได้ ในระดับความคิดเห็นมากที่สุดทุกข้อ

The purposes of this research were 1) to study required components for the development of managerial competency in the very small power producer (VSPP) biomass power plant industry, 2) to establish a model for the development of managerial competency in the aforementioned industry and 3) to create the relevant manual. The population group comprised 248 participants including plant managers, assistant plant managers and senior management. The research tools were interviews and questionnaires. The statistics used for data analysis were mean and standard deviation. Also, multiple regression analysis was employed for analyzing influential factors affecting success in management of business operations among these managers. The findings indicated that the competency development model comprises 5 factors, which are knowledge and capabilities regarding the VSPP biomass power plant industry in these aspects: 1) knowledge of business development, 2) knowledge of business networking, 3) knowledge of environmental management, 4) budget knowledge and 5) knowledge of biomass fuel management: spare parts and chemicals management. The main factors on skills consists of 6 subskills: 1) goal setting and visioning skills, 2) database management skills, 3) problem-solving skills, 4) team building skills, 5) risk management skills and 6) budget management skills.. The main factors on attributes comprises 4 subfactors: 1) continuous learning in the workplace, 2) enthusiasm, 3) building trust and 4) personality at work and emotion control. The experts’ evaluation results indicated that the model was appropriate at the highest level in all items. In respect of application suitability, the manual was assessed at the highest level in each and every item.


Keywords



Full Text: PDF

DOI: 10.14416/j.kmutnb.2022.01.007

ISSN: 2465-4698